ตอนที่ 2 คลุ้มคลั้ง


   3 วันแล้ว ที่มิ้ง สาวพยาบาลที่ผมแอบชอบอยู่ไม่ได้มาที่เซเว่น นนท์ น้องที่เซเว่นบอกว่าได้ยินมาจากพวกอาสาว่าช่วงนี้มีผู้ป่วยเพิ่มขึ้น ทีมแพทย์ทำงานกันหนักขึ้น ไม่มีเวลาได้พักกันเลย

   วันนี้มีประกาศเคอร์ฟิว ห้ามออกจากบ้านหลังสี่ทุ่ม ผมเลยออกมาเร็วขึ้น 1 ชั่วโมง เพราะกลัวจะกลับไม่ทัน วันนี้ที่เซเว่นเงียบกว่าที่เคย สถานการณ์มันแย่ขนาดนั้นเลยหรอ ผมอยู่แต่ในห้อง ไม่ค่อยรู้อะไรกับเค้าเลย อยากรู้สถานการณ์ก็ต้องมาถามนนท์เอา

   ที่เซเว่นมีพนักงานสาวอยู่อีก 1 คน ชื่อน้องกิฟท์ ดูน้องพนักงานทั้งสองคนเหมือนจะกุ๊กกิ๊กกันอยู่ แต่ผมก็ไม่ได้ถามหรอกนะว่าครบกันอยู่หรือเปล่า น้องกิฟท์นี่แหละที่ดึงมิ้งออกจากประตู ตอนนั้น และนนท์ก็ล็อกประตู ทำงานเข้าขากันมากคู่นี้

   ผมออกมายืนกินเบอร์เกอร์หน้าเซเว่น เพราะไม่อยากเป็น ก ข ค กับคู่นี้ ไหนๆก็ออกจากห้องมาแล้ว ผมก็ไม่อยากรีบกลับเท่าไหร่ วันๆดูแต่ซีรี่ย์ ดูจนไม่มีอะไรจะดูแล้ว

   ปัง!! ปัง!! เสียงปืนดังมาจากไกลๆ พร้อมกับมีเสียงอื่นๆตามมา มีก่อการร้ายหรอ ผมแค่คิดเล่นๆ แล้วก็มีเสียงผู้หญิงร้องตะโกนให้คนช่วย เสียงใกล้เข้ามาเรื่อยๆแล้ว

   ผมเริ่มเห็นผู้หญิงคนนั้นวิ่งมาจากไกลๆ แล้วก็มีผู้ชายท่าทางคลุ้มคลั้งวิ่งตามมา ผู้หญิงคนนั้นวิ่งมาทางผม พร้อมตะโกนให้ช่วยเธอด้วย ผมมองซ้าย มองขวา เพื่อจะหาอะไรก็ได้ที่ใช้เป็น อาวุธได้ ก็เห็นน้องกิฟท์กำลังถูพื้นอยู่ในเซเว่นพอดี

   “ขอยืมหน่อยนะ” ผมเข้าไปคว้าไม้ม็อบจากมือน้องกิฟท์ แล้ววิ่งไปช่วยผู้หญิงคนนั้น เธอวิ่งมาหลบข้างหลัง สีหน้าหวาดกลัวมาก ส่วนผู้ชายที่วิ่งตามมา หน้าตาน่ากลัวเหมือนคนคลุ้มคลั้ง ไม่ มีทีท่าว่าจะหยุดเลย ตรงเข้ามาแบบไม่เกรงใจไม้ม็อบในมือผมเลย

   ชายคนนั้นยังพุ่งตรงเข้ามา ผมก็เลยต้องฟาดไป 1 ที จนล้มกลิ้งด้วยความเร็วจากการวิ่งเข้ามาแบบไม่ชะลอ เลยทำให้ชายคนนั้นกลิ้งไปกับพื้น

   “นิ่งไปเลยหรอ ตายรึเปล่าวะ” ชายคนนั้นนอนนิ่งไม่ขยับตัวเลย ไม้ม็อบฟาดคงไม่ได้เจ็บเท่าไหร่ แต่คงเจ็บจากการล้มกลิ้งแรงขนาดนั้น

   “พี่เป็นอะไรไหมครับ” ผมถามผู้หญิงคนนั้น ซึ่งดูจะมีอายุมากกว่าผม เธอมีเลือดไหลที่ไหล่ แต่ไม่ค่อยเยอะเท่าไหร่ ผมเลยขอดูรอยแผล เธอก็ยอมให้เปิดดู

   “นี่มันรอยกัดนี่” ผมตกใจเมื่อเห็นรอยแผลที่ไหล่ของผู้หญิงคนนั้น

   “นนท์ มีอุปกรณ์ทำแผลมั้ย” ผมตะโกนบอกนนท์ที่ออกมายืนดูอยู่หน้าเซเว่น

   “ไม่มีเลยค่ะพี่ พวกอาสามาเหมาไปหมดแล้ว” กิฟท์จะโกนออกมา ส่วนนนท์ก็เข้าไปในร้าน แล้วไปหยิบทิชชู่ห่อเล็กๆออกมา

   ”ใช้นี่เช็ดเลือดนะครับ” นนท์เอาทิชชู่ห่อใหม่จากแพ็คออกมาให้

   “จะดีหรอนนท์ ของซื้อของขาย เดี๋ยวนนท์ก็เจอว่าหรอก” แต่ผมก็รับมาเช็ดเลือดให้พี่ผู้หญิงอยู่ดี แล้วจะพูดทำไมวะตรู

   “ไม่เป็นไรพี่ นี่ของกิฟท์ ของในร้านโดนเหมาไปหมดแล้ว” ผมหันไปมองกิฟท์ กิฟท์ดูท่าไม่ว่าอะไร

   ทันใดนั้น ผู้ชายคลั้งคนนั้นก็ลุกขึ้นมา แล้วพุ่งเข้ามาทางผม

   “ซวยแล้ว!!” ด้วยสภาพที่นั่งประคองผู้หญิงไว้ ทำให้ผมหลบไม่ทันแน่ๆ

   พลั่ก!! เสียงลูกทีบของนนท์ ทีบจนชายคลั้งกระเด็นกลิ้งทุลักทุเลเหมือนเดิม แต่ชายคลั้งก็ลุกขึ้นมาอย่างเร็ว แล้วตรงเข้ามาหานนท์อย่างรวดเร็ว

   ปัง! ปัง! ปัง! เสียงปืน 3 นัด ตรงเข้าไปที่ชายคลั้ง ล้มลงไปนอนแน่นิ่ง

   “ไม่เป็นไรกันนะครับ” เสียงนี้มัน ผมหันไปก็พบกับน้องอาสา ที่เป็นน้องของมิ้งกำลังเก็บปืนอยู่ นี่อาสาพกปืนได้ด้วยหรอเนี่ยะ

   “ผมไม่เป็นไร แต่พี่คนนี้บาดเจ็บ โดนคนนั้นทำร้าย” ผมบอกน้องอาสา แล้วพยุงพี่ผู้หญิงลุกขึ้น

   “เดี๋ยวผมพาไปที่จุดอาสาเองครับ” พูดเสร็จน้องอาสาก็หยิบสเปย์ฆ่าเชื่อมาฉีดให้กับทุกคน

   “น้องครับ เกิดอะไรขึ้นหรอครับ” ผมถามน้องอาสาด้วยความสงสัย

   “ตอนนี้ผมพูดอะไรมากไม่ได้ รอทางรัฐบาลออกมาแถลงนะครับพี่” น้องอาสาปัดที่จะตอบคำถาม

   “เรียกผมว่าเม่นก็ได้พี่รัช” ออชื่อเม่น พี่สาวชื่อมิ้ง พี่น้องตระกูล ม. สินะ

   “แล้วรู้จักชื่อผมได้ยังไง” ผมหันไปมองที่นนท์ นนท์ยิ้มตอบ ใช่เลย แกนี่เอง

   “แล้วชายคนนี้จะเอายังไง” นี่ครั้งแรกเลยนะที่ผมเห็นคนตายต่อหน้า

   “ทีมเก็บศพกำลังมาครับ” เม่นตอบอย่างรวดเร็ว นี่แกเรียกพวกตอนไหนฟะ

   [แครก แครก เหตุเฉพาะกิจจู่โจม ท่านใดอยู่ใกล้เคียงปากซอย 24 รับแจ้งมีชายคลุ้มคลั้ง 2 ราย ทำร้ายประชาชน] เสียง ว. ดังขึ้นจากวิทยุที่เม่นพกมา

   “ผมต้องไปแล้วพี่ ฝากพี่พาพี่สาวไปที่จุดอาสาหน่อยนะครับ” อ้าวทิ้งกันเลย

   “แล้วจุดอาสาอยู่ตรงไหนล่ะ” ผมรีบทักเม่น ก่อนที่เม่นจะวิ่งไป

   “อยู่ปากซอยนี่เองครับ ขวามือ เป็นตึกอนามัยเก่า” แล้วเม่นก็รีบวิ่งไปอย่างรวดเร็ว

   “ออ แค่ปากซอยนี่เอง” เดี๋ยวนะ!! นี่มันกลางซอยนะเฮ้ย เดินไปหลายโลเลย

   “พี่เอามอไซค์ผมไปก็ได้ครับ” นนท์พูดเสนอขึ้นมา นายเป็นคนดีจริงๆ

   ระหว่างที่กำลังจะพาพี่สาวไปรักษา กิฟท์ก็เอาสเปย์มาฉีดที่ผู้ชายคนนั้น เดี๋ยวนะ!! นั่นมันไบกอน เธอจะเอามาไล่แมลงรึไง เจ้านนท์ก็รีบห้ามใหญ่เลย

   ผมขับรถมาถึงปากซอย แต่ยังไม่เห็นจุดอาสา พอมองไปทางขวาก็เห็นรถพยาบาลจอดอยู่ไกลๆ เลยต้องขับย้อนศรไป แล้วในที่สุดผมก็มาถึง

   “เฮ้ย!!” ผมหลุดอุทานออกมา เพราะสิ่งที่ผมเห็นตรงหน้า คือหลังรถพยาบาลที่อยู่ข้างหน้า มีรถทหารจอดเรียงยาวเป็นกิโล และด้านในมีทั้งทหาร ตำรวจ หมอ พยาบาล และอาสา มีเต็นกาง เต็มพื้นที่

   พอผมจอดรถก็มีเจ้าหน้าที่มารับถึงรถเลย มีทหารบอกให้ผมลงจากรถ จากนั้นก็มีอีกทีมมาฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อที่มอเตอร์ไซค์ แล้วพาผมไปที่ห้องๆหนึ่ง ให้ผมถอดเสื้อผ้า แล้วมีน้ำฉีดลงมา เสร็จแล้วก็เอาเสื้อผ้าชุดใหม่มาให้ใส่ แล้วให้นั่งรอที่ห้องถัดไป ทุกอย่างโดนยึดไปหมด ทั้งโทรศัพท์มือถือ และกระเป๋าตังค์ ผมก็ทำตามตั้งแต่ต้นจนจบแบบงงๆ

   “อะไรวะ” ผมบ่นออกมาด้วยความมึนงง ไม่รู้ว่าต่อไปจะเป็นยังไง

   ผมนั่งรออยู่ 2 ชั่วโมง ก็มีเสียงเคาะประตู แล้วก็เปิดประตูเข้ามา เป็นสาวในชุดพยาบาล

   “ขออนุญาตตรวจร่างกายนะคะ” เสียงพยาบาลเพราะน่าฟังมาก

   “ครับ” เวลานี้ก็โอเคหมดแหละ แต่เดี๋ยวนะ ทำไมหน้าคุ้นๆ ผมเลยหน้ามองชัดๆ นี่มิ้งนี่ ถึงจะใส่แมสก์แต่ผมก็จำได้แม่นเลย

   มิ้งมองมาที่ผม เธอหยุดเดิน แล้วเดินกลับออกไป ปิดประตูดังปัง!! นี่ตรูน่ารังเกลียดขนาดนั้นเลยหรอฟะ

   ซักพักเธอกลับเข้ามาใหม่ มานั่งที่โต๊ะเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

   “ทำไมมาอยู่ที่นี่คะ มีอาการป่วยหรอคะ” เสียงนิ่งมาก แต่เพราะน่าฟังมากกก

   “เปล่าครับ ไม่ได้ป่วย ผมพาคนเจ็บมาส่งน่ะครับ” นี่เป็นครั้งแรกเลยที่เราได้คุยกัน ถึงจะไม่ใช่ในสถานการณ์ปกติก็เหอะ

   “เป็นคนดีจังเลยนะคะ” เธอพูดพร้อมรอยยิ้มที่ทะลุแมสก์ออกมา โอยยย จะละลาย

   “ชื่ออะไรคะ” ถามเพื่อกรอกประวัติสินะ

   “ชื่อรัชวิ...”

   “ชื่อเล่นน่ะค่ะ” อ้าว ยังตอบไม่จบเลย แต่โรงพยาบาลมันต้องใช้ชื่อจริงไม่ใช่หรอ

   “ชื่อรัชครับคุณพยาบาล” ไม่กล้าเรียกชื่อ กลัวหาว่าตีสนิท

   “เรียกมิ้งก็ได้ค่ะ เราต้องเจอกันอีก 21 วัน”

   “เอ๋...”



จบตอนที่ 2





นิยายแนะนำ



   📚 ภาระกิจรัก กับไวรัสล้างโลก
   ผู้เขียน: หมูปิ้งหม่าล่า


   📚 สาวมหาลัยกับนายหมูปิ้ง
   ผู้เขียน: หมูปิ้งหม่าล่า


   📚 อิล ผจญภัยต่างโลก
   ผู้เขียน: หมูปิ้งหม่าล่า


   📚 ผมไม่ได้ชอบผู้ชายจริงๆนะ
   ผู้เขียน: หมูปิ้งหม่าล่า